ทําไมอาหารอเมริกันห่วย

ทําไมอาหารอเมริกันห่วย

ทําไมอาหารอเมริกันห่วย
ทําไมอาหารอเมริกันห่วย

เส้นทางการพัฒนาอาหารในอเมริกาเหมือนเส้นโค้งที่วิ่งตก ทําไมอาหารอเมริกันห่วย หลุมดําหลายหนและบางหลุมใหญ่เบ้อเริ่ม เรามีวัฒนธรรมชีสวิซ (ซอส เนยข้นแปรรูป-ผู้แปล) และดูเหมือนจะมีอาหารส่วๆ เต็มเมือง ตั้งแต่ แมคโดนัลด์ โฮสเตสทวินส์ เวลวีต้า และลักกี้ชาร์มส์ ตลอดเวลาที่ผ่าน มาดูเหมือนกู้ดแอนด์เพลน (ชื่อลูกอมซึ่งผู้เขียนเอามาเล่นคํา-ผู้แปล) จะเน้นเพลน (ปริมาณ) มากกว่ากู๊ด (คุณภาพ)

ตอนต้นทศวรรษ 1960 อาหารที่บริการแขกในโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ถึง 80 เปอร์เซ็นต์เป็นอาหารแช่แข็งประเภทบรรจุกล่องสําเร็จที่ส่ง มาจากโรงครัวกลางในชิคาโก ห้องอาหารเกือบทุกแห่งของโรงแรมต้อง จ้างเชฟประจําแค่คนเดียวกับเครื่องล้างจานอีกเครื่อง ร้านแทดส์ซึ่งเป็น

ซีสวิซเป็นยี่ห้อดิพทําด้วยเนยแข็งนิยมจิ้มขนมกรุบกรอบ, โฮสเตสทวินก็สก ยี่ห้อเค้กไส้ครีมราคาถูก, เวลวีต้าคือยี่ห้อเนยแข็งแผ่นชนิดนิมแบบอเมริกา ลักกี้ชาร์มส์คือยี่ห้อซีเรียลอบกรอบผสมมาร์ชแมลโลว์-ผู้แปล

ร้านสเต๊กชื่อดังมีหลายสาขาในขณะนั้นหันมาเปิดธุรกิจร้านอาหารแนว ใหม่ตั้งชื่อว่าแทดส์ 30 วาไรตี้ส์ออฟมีล ขายอาหารค่ําแช่แข็งพร้อมรับ ประทาน ปรุงด้วยไก่ หอยเชลล์ เนื้อสเต๊ก และมันฝรั่งห่อพลาสติกให้ ลูกค้าหยิบมาอุ่นร้อนเองในเตาไมโครเวฟซึ่งตั้งอยู่ข้างโต๊ะทุกตัวแบบไม่ ต้องเหนียมอายหรือสนใจรสชาติ

Blighting American food

The path for food development in America is like a running curve. Many black holes and some big mammoth holes We have a cheese cheese culture (translucent butter sauce) and seem to have a full city meal, from McDonald’s Stewardess Twins Well Vita and Lucky Charles. Always passing Looks like Good and Plain. (Candy name, which the author uses to play words – translator) will focus on the plot (quantity) rather than good (quality)

In the early 1960s, 80 percent of the food served at Holiday Inn hotels was pre-packaged frozen food. Come from the central kitchen in Chicago Almost every restaurant of the hotel must Hire only one regular chef with another dishwasher. Tats shop which is

2.206

C-Ziz is a brand of dip made with cheeses, popular with crunchy desserts, stewardess Twin Sok. Cheap cream cake brands, Welvita is the American brand Nimrod cheese. Lucky Charm is a Syrian brand with crispy marshmallows – translator

A famous steak restaurant with many branches at that time turned to open a restaurant business. New, named 30 Varieties of Meals Sell ​​frozen and ready-to-eat food, cooked with chicken, scallops, steaks and plastic wrap potatoes. Customers pick up and warm themselves in the microwave, which is located beside every table, not Must be shy or interested in flavor

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

อาหารเป็นผลพวงของอุปสงค์อุปทานตามหลักเศรษฐศาสตร์

อุปสงค์อุปทานตามหลักเศรษฐศาสตร์

อาหารเป็นผลพวงของ อุปสงค์อุปทานตามหลักเศรษฐศาสตร์ เพราะฉะนั้น จงพยายามค้นหาว่า อาหารสดเอย ผู้จัดหาที่ช่างคิดสร้าง สรรค์โอย และผู้บริโภคที่รู้ข้อมูลดีเอยอยู่ที่ไหน

อุปสงค์อุปทานตามหลักเศรษฐศาสตร์
อุปสงค์อุปทานตามหลักเศรษฐศาสตร์

ข้อเขียนเกี่ยวกับอาหารส่วนใหญ่มักไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเศรษฐ ศาสตร์ แต่ประวัติศาสตร์ยุคแรกของวิชาที่ผมถนัดมักพูดถึงทฤษฎีการ ผลิตและกระจายอาหารเป็นสําคัญ เศรษฐกิจยุคแรกสร้างตัวจากเกษตร กรรม และแน่นอนว่าเศรษฐกิจของประเทศยากจนสมัยนี้ก็ยังพึ่งเกษตร กรรมอยู่

อดัม สมิธ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่

เขียนหนังสือเรื่อง The Wealth of Nations ( อุปสงค์อุปทานตามหลักเศรษฐศาสตร์ ) เมื่อปี 1776 และผลงานทางวิชาการที่ดีที่สุดของเขาหลายชิ้นพูดถึงการ ค้าธัญพืช เฟรเดริก บาสติอา นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนําชาวฝรั่งเศสสมัย ศตวรรษที่ 19 เน้นการอธิบายว่าทําไมปารีสถึงมีอาหารกินทั้งที่ไม่มีนัก วางแผนจากส่วนกลางมาคอยจัดแจง ผลงานของเขามีคนนํามาตีพิมพ์ ไม่เคยขาดตลาดจนทุกวันนี้ ผมจึงขอนําวิชาชีพของตัวเองกลับสู่รากเหง้า ทางประวัติศาสตร์อีกครั้ง

ก่อนจะทําความเข้าใจว่าคนเราเริ่มแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องอย่างไร เราต้องเข้าใจก่อนว่าเกิดข้อผิดพลาดได้อย่างไรในชั้นแรก

Food is a consequence of economic demand and supply. Therefore, try to find out where fresh food is created, creative suppliers, and well-informed consumers.

Most food writings are not really related to economics, but the early history of my favorite subject spoke of the theory of Production and distribution of food are important. The early economy was built on agricultural karma and, of course, the country’s poor economy is still dependent on agriculture. Adam Smith, who is known as the father of modern economics

Wrote the book “The Wealth of Nations” in 1776, and many of his best academic works speak of cereal trade. Frederic Bastia, a 19th-century French leading economist Emphasize explaining why Paris has food to eat despite not having Plan from the center to prepare His work has been published. Never been lacking until today. I therefore bring my own profession back to the root. Historical again

Before understanding how people started to correct everything We have to understand first how the error occurred on the first floor.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เซ็กซ์กับอาหารเป็นปัจจัยคู่

ฟูริเยร์คิดว่า เซ็กซ์กับอาหารเป็นปัจจัยคู่

เซ็กซ์กับอาหารเป็นปัจจัยคู่
เซ็กซ์กับอาหารเป็นปัจจัยคู่

เซ็กซ์กับอาหารเป็นปัจจัยคู่ ที่จะควบคุมการจัดระเบียบสังคมใหม่ซึ่งเขาเรียกว่า ( กาสโตรโซฟี ) ผู้ ประพฤติตัวดีจะได้รางวัลจากผู้คุมเป็นอาหารให้กินและเซ็กซ์ให้เสพจน หนําใจ ลักษณะเช่นนี้ทําให้สังคมนิยมสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตและ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ฟูริเยร์มองการดําเนินชีวิตสายกลางซึ่งเป็น คุณธรรมความดีอย่างหนึ่งตามคําสอนของอริสโตเติลว่าน่าสะอิดสะเอียน เขาทํานายว่าคนในอนาคตจะกินอาหารวันละ 5 มือ บวกของว่างอีกสอง ทุกมือล้วนอร่อยเลิศรส ผู้ชายจะร่างกายสูงใหญ่ถึงเจ็ดฟุต การย่อย อาหารไม่มีปัญหา และคาดอายุเฉลี่ยจะสูงถึง 144 ปี

นั้นเป็นวิสัยทัศน์อีกอย่างเกี่ยวกับอาหารที่คุณจะไม่พบในหนังสือ เล่มนี้ ผมชอบทัศนะการมองโลกในแง่ดีแบบนั้นแต่ผมกังวลกับการใช้ อาหารเป็นกลไกควบคุม อันที่จริงหนังสือเล่มนี้เป็นหนทางหนึ่งที่จะยึด อํานาจการควบคุมคืนจากชนชั้นนําทางการเมืองหรือชนชั้นนําด้านอาหาร

คาและนวัตกรรมมากเท่านี้ ทุกอย่างเป็นเงินไปหมด ถ้าเราใส่ใจอาหาร เราก็ต้องใส่ใจการใช้เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ด้วย ความคิดใหม่ถอด ด้มของหนังสือเล่มนี้คือการมีความรู้ทางวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ซึ่ง เป็นศาสตร์ที่จคสนิทจะช่วยชูรสให้อาหารทุกมือของคุณมีความหมาย และสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เรา ความคิดนี้จะช่วยให้คุณ ตระหนักว่าอาหารดีที่สุดจํานวนมากเป็นของถูก ไม่ใช่ของแพง ตรงข้าม กับที่คุณคิด

ผมจะใช้หลักเศรษฐศาสตร์ต่อไปนี้ตลอดทั้งเล่มเพื่อการกินที่ดีขึ้น

Fourier thought that Sex and food are a couple factors.

Sex and food are a dual factor in regulating social order, which they call “Castro Sophie”. Good people will receive rewards from food guards for eating and sex to be eaten to their liking. This causes socialism to create incentives for production and Economic cooperation Fourier sees a middle way of life, which is One virtue according to Aristotle’s teachings is disgusting. He predicted that future people would eat 5 hands a day, plus two more snacks. Every hand is delicious and delicious. Men are seven feet tall. Digestion is not a problem. And the average age is expected to be as high as 144 years

That is another vision of food that you won’t find in this book. I like that optimistic view, but I’m worried about using it. Food is a control mechanism In fact, this book is one way to seize Control power back from the political elites or the food elites

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ผู้คุมอาหาร ทําให้สังคมนิยมสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิต

ผู้คุมอาหาร ทําให้สังคมนิยมสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิต

ผู้คุมอาหาร
ผู้คุมอาหาร

ผู้ประพฤติตัวดีจะได้รางวัลจาก ผู้คุมอาหาร ให้กินและเซ็กซ์ให้เสพจน หนําใจ ลักษณะเช่นนี้ทําให้สังคมนิยมสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตและ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ฟูริเยร์มองการดําเนินชีวิตสายกลางซึ่งเป็น คุณธรรมความดีอย่างหนึ่งตามคําสอนของอริสโตเติลว่าน่าสะอิดสะเอียน เขาทํานายว่าคนในอนาคตจะกินอาหารวันละ 5 มือ บวกของว่างอีกสอง ทุกมือล้วนอร่อยเลิศรส ผู้ชายจะร่างกายสูงใหญ่ถึงเจ็ดฟุต การย่อย อาหารไม่มีปัญหา และคาดอายุเฉลี่ยจะสูงถึง 144 ปี

นั้นเป็นวิสัยทัศน์อีกอย่างเกี่ยวกับอาหารที่คุณจะไม่พบในหนังสือ เล่มนี้ ผมชอบทัศนะการมองโลกในแง่ดีแบบนั้นแต่ผมกังวลกับการใช้ อาหารเป็นกลไกควบคุม อันที่จริงหนังสือเล่มนี้เป็นหนทางหนึ่งที่จะยึด อํานาจการควบคุมคืนจากชนชั้นนําทางการเมืองหรือชนชั้นนําด้านอาหาร

ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์อาชีพ ผมมองอาหารเป็นผลลัพธ์ของ อุปสงค์อุปทานในระบบทุนนิยม ไม่ว่าจะร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือ ร้านเครื่องครัว คงยากที่จะหาธุรกิจไหนทํามาค้าคล่องหรือมีผู้ประกอบ

(ยกเว้นสินค้าไม่ร่วมรายการ ติดตามรายละเอียดเงื่อนไขได้ที่สื่อไปสเต

นักคิดบางคนมองว่าอาหารเป็นวิธีการควบคุมทางสังคมและการ เมืองรูปแบบหนึ่ง ชาร์ลส์ ฟูริเยร์ นักสังคมนิยมแนวอุดมคติชาวฝรั่งเศส แห่งศตวรรษที่ 19 มองศิลปะการดื่มกินอย่างมีรสนิยมหรือกาสโตรในมี (Gastronomy) เป็นศาสตร์บริสุทธิ์ที่ต้องอาศัยผู้ชี้ขาดและคณะลูกขุน ด้านอาหารการกินที่เป็นชนชั้นสูงมาตัดสินเพื่อให้เกิด “ความกลมกลืน

Good people will be rewarded by the warden for food to eat and sex to the point of poverty. This kind of behavior makes socialism an incentive for production and Economic cooperation Fourier sees a middle way of life, which is One virtue according to Aristotle’s teachings is disgusting. He predicted that future people would eat 5 hands a day, plus two more snacks. Every hand is delicious and delicious. Men are seven feet tall. Digestion is not a problem. And the average age is expected to be as high as 144 years

That is another vision of food that you won’t find in this book. I like that optimistic view, but I’m worried about using it. Food is a control mechanism In fact, this book is one way to seize Control power back from the political elites or the food elites

As a career economist I look at food as a result of Demand and supply in capitalism. Whether restaurant Supermarket or kitchenware shop It is difficult to find a business to trade liquidity or entrepreneurs.

(Except products not included in the list Details of conditions can be found on the media.

Some thinkers consider food as a means of social control and A form of city, Charles Fourier, a French idealist Of the 19th century, looking at the art of tasteful drinking or Gastronomy is a pure science that requires judges and jury In terms of diet, as the aristocracy came to decide for “harmonization (

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน

สําหรับหนังสือเล่มนี้เป็น เรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน แต่ก็ไม่ได้

เรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน
เรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน

เ รื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน แต่ก็ไม่ได้ จํากัดอยู่แค่นั้น ยังมีเรื่องใหญ่กว่าเป็นเดิมพันอีก ทัศนคติของเราต่อ  อาหารมีผลต่อทัศนคติต่อชีวิตและตัวเราเอง ในศตวรรษที่ 18 เจมส์ บอสเวลล์ ให้คําจํากัดความมนุษย์ว่า “สัตว์ที่หุงหาอาหาร” ดังนั้น นักกิน จึงเป็นผู้ที่สนใจและเชิดชูคุณลักษณะเด่นที่ขาดไม่ได้อย่างหนึ่งของมนุษย์ หญิง-ชาย

จํานิทานโบราณได้ไหมครับ เรื่องของชาวโรมันที่ขย้อนท้องคาย ของเก่าออกมาเพื่อจะเริ่มสวาปามในงานเลี้ยงรอบใหม่ ทัศนคติต่ออาหารและการหาความสุขอย่างพิเศษพิสดารแบบนี้ไม่ใช่แนวที่คุณจะพบ ในหนังสือเล่มนี้

นักคิดบางคนมองว่าอาหารเป็นวิธีการควบคุมทางสังคมและการ เมืองรูปแบบหนึ่ง ชาร์ลส์ ฟูริเยร์ นักสังคมนิยมแนวอุดมคติชาวฝรั่งเศส แห่งศตวรรษที่ 19 มองศิลปะการดื่มกินอย่างมีรสนิยมหรือกาสโตรโนมี (gastronomy) เป็นศาสตร์บริสุทธิ์ที่ต้องอาศัยผู้ชี้ขาดและคณะลูกขุน ด้านอาหารการกินที่เป็นชนชั้นสูงมาตัดสินเพื่อให้เกิด “ความกลมกลืน (harmony)ซึ่งจะขาดเสียมิได้ ฟูริเยร์คิดว่าเซ็กซ์กับอาหารเป็นปัจจัยคู่ ที่จะควบคุมการจัดระเบียบสังคมใหม่ซึ่งเขาเรียกว่า “กาสโตรโซฟี”

This book is about food, but it is not.
Limited to just that There is still a bigger bet. Our attitude towards Food affects attitude towards life and ourselves. In the 18th century, James Boswell defined the human being that “Animals that cook for food.” Therefore, foodies are interested and glorify one of the indispensable qualities of men and women.
Remember the ancient story? The story of the Romans that went back and spit Antiques come out to start a wolf at a new party.
This uniquely eccentric attitude towards food and finding happiness is not what you will find. In this book
Some thinkers consider food as a means of social control and A form of city, Charles Fourier, a French idealist Of the 19th century, see the art of tasteful drinking or gastronomy as a pure science that requires judges and jury In the diet, as the aristocracy came to decide for “harmony”

Which cannot be without Fourier thinks sex and food are dual factors. To control the organization of the new society, which he called “Gasthof Sophie”

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เป็นผู้บริโภคที่สร้างสรรค์

 เป็น ผู้บริโภคที่สร้างสรรค์

ผู้บริโภคที่สร้างสรรค์
ผู้บริโภคที่สร้างสรรค์

ถ้าคุณเข้าใจเศรษฐศาสตร์บางอย่างที่อยู่เบื้องหลังการกิน ไม่ จะกินอะไรหรือกินอย่างไร คุณจะ เป็น ผู้บริโภคที่สร้างสรรค์ เข้าใจพลังของปัจเจกบุคคลในฐานะ บริโภคชัดเจนขึ้น เป็นพลังที่จะปรับปรุงเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐ กิจระหว่างประเทศต่อไป

รายได้ของประชาชนธรรมดาในอเมริกาและประเทศร่ํารวยอีก หลายประเทศอยู่ระดับคงที่มาตลอดตั้งแต่ประมาณปี 1973 วิถีการกิน ของเราจะมีส่วนช่วยให้ก้าวพ้นสภาพน่าเศร้านี้ได้ไหม แม้นิดเดียวก็ยังดี

เราชอบคิดว่านวัตกรรมเป็นเรื่องของผู้ประกอบการและต้องสําคัญ ขนาดเปลี่ยนชีวิตคนได้ เป็นต้นว่า ไฟฟ้า ชักโครก และรถยนต์ ตัวอย่าง นวัตกรรมเหล่านี้ทําให้คุณภาพชีวิตคนเราดีขึ้นผิดหูผิดตาจริงๆ คนสมัย นี้อาจคาดหวังว่าจะมีเจ็ตแพ็ก (jet pack เป็นเป้หลังติดเครื่องยนต์เจ็ต ทําให้ผู้สวมใส่บินได้-ผู้แปล) รถยนต์บินได้หรือหุ่นยนต์แม่บ้าน แต่คง

ต้องรออีกนาน ถึงโลกสมัยใหม่จะมีอินเตอร์เน็ตที่แสนวิเศษแต่ก็ยังไม่ สามารถให้กําเนิดประดิษฐกรรมเหนือชั้นที่ยกระดับคุณภาพชีวิตได้มาก เท่าอดีตอย่างสมัยที่ย่าของผมซึ่งเกิดเมื่อปี 1905 ได้พบพาน ดังนั้น ใน ยุคสมัยนี้ที่ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชะลอตัวลงจากจุดสูงสุด ระหว่างปี 1870-1970 มาก เราจึงต้องมองแนวคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมให้ กว้างขึ้นหน่อย การเป็นผู้บริโภคที่เก่งกาจและปราดเปรื่องเป็นหนทาง หนึ่งที่จะนําความเจริญมาสู่ชีวิตและเป็นการติดอาวุธทางปัญญาไว้ต่อสู้ กับ “ภาวะชะงักงันครั้งใหญ่” (great stagnation) อย่างที่ผมเขียนไวน หนังสืออีกเล่มหนึ่ง”

Be a creative consumer

If you understand the economics behind eating, what to eat or how to eat You will understand the power of individuals as Clearer consumption Is the power to improve the domestic economy and economy Further international activities

Income of ordinary people in America and other rich countries. Many countries have remained stable since about 1973. Will our diet have helped them to overcome this sad state? Even a little is still good

We like to think that innovation is an entrepreneurial issue and must be important. Size can change people’s lives, such as electricity, flush toilets and cars. These examples of innovations really improve the quality of life of people. People today may expect to have a jet pack (jet pack as a backpack with a jet engine Causing the wearer to fly – translator) A car can fly or a housekeeper robot but probably

Had to wait a long time for the modern world to have a wonderful internet but still not Able to create superior inventions that greatly enhance the quality of life As in the past, like my grandmother

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่