ชื่อในตำราอาหารกับชื่อบนถุงไม่ตรงกัน

เหตุผลเดียวคือ ชื่อในตำราอาหารกับชื่อบนถุงไม่ตรงกัน “ย่าไซ่” คือ “ผักกาดดอง” หรือ “ผักกาดเขียวดอง” ใช่ไหม ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจ แตคิดว่าใช่ นี่แค่ในกรณีที่ผมหาฉลากภาษาอังกฤษเจอนะครับ บางครั้งเวลาเดินเข้าไปในชั้นวางสินด้พวกนี้ผมรู้สึกว่าถูกคนจ้อง พวกเขาคง
คิดว่าไอ้หมอนี่ต้องการอะไรจากที่นี่

ผมเรียนรู้อย่งรวดเร็วว่าต้องพึ่งภูมิความรู้เดิมทางวัฒนธรรมและหลักง่ายๆ ตามสามัญสำนึกมากขนาดไหนผมตัดสินใจถามหรงหรง เธอเป็นนักศึกษาจีนที่มาเรียนต่อระดับปริญญาเอกค้นเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยของผม บ้านเดิมของเธออยู่ภูมิภาคใกล้เมืองเซี่ยงไฮ้ หรงหรงตัวเล็กนิดเดียว อัธยาศัยดี และน่จะเป็นนักศึกษาที่ฉลาดปราดเปรื่องที่สุดในรุ่น

หรงหรงแนะให้ผมลองซอสชีอิ้วเห็ดหอม เธอคุยว่ารสชาติหมือนที่แม่เธอทำที่เมืองจีนไม่มีผิดผมสอบถามหรงหรงว่ามีปัญหาไหมเวลาหาของในร้านเกรตวอลล์เธอตอบง่ายๆ สั้นๆ ว่ไม่มี แต่ยอมรัวสับสนอยู่บ้างเวลาเข้าหังไจแอนต์ซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาที่อยู่ใกล้บ้าน ทั้งๆ ที่เธออยู่สหรัฐอเมริกามาเกือบสี่ปี

เธอรู้สึกว่าชั้นวางซีเรียลของไจแอนต์เล่นยากที่สุด และถึงแม้ภาษาอังกฤษของเธอจะดีมาก หรงหรงก็อ่านฉลากไม่ไวเท่าผม ชื่อในตำราอาหารกับชื่อบนถุงไม่ตรงกัน หรือมองสินด้แวบเดียวแล้วนึกออกว่ารสชาติเป็นอย่างไรอุปสรรคอีกอย่างในการใช้ร้านเกรตวอลล์คือการถามทางไปชั้นวางสินค้าที่ต้องการ ดูจากภายนอก

คุณจะเห็นลูกจ้างทำงานขยันขันแข็งที่นี่ไม่เหมือนเซฟเวย์ การมองหาพนักงานสักคนในร้านไม่ใช่เรื่องยากปัญหาอยู่ที่ว่าคนงานคือบทั้งหมดพูดภาษาสเปน ส่วนใหญ่น่จะมาจากเอลซัลวาดอร์ และพูดภาษาอังกฤษได้มากน้อยแตกต่างกัน ผมโชคดีพูดสเปนได้ แต่ก็ใช่ว่จะมีประโยชน์เสมอไป การเรียกชื่อเครื่องปรุงจีนบางอย่างผมเองก็จนปัญญา

ไม่รู้จะใช้คำภาษาสเปนว่าอะไร แต่ปัญหาโดยทั่วไปคือการแปล บ่อยครั้งหาคำตรงกันไม่ได้ “Salsa dulce de losfrjoles” ยังสื่อความหมายไม่ตรงกับ “ซีอิ๋วหวาน” ซะที่เดียว
(พาลจะนึกถึงตัวแดงกวนแบบญี่ปุ่นอาด้วยซ้ำผู้แปด) ถึงจะถามหาไอ้นี่กับพนัก

ชื่อในตำราอาหารกับชื่อบนถุงไม่ตรงกัน

ชื่อในตำราอาหารกับชื่อบนถุงไม่ตรงกัน

The names in the cookbook and the names on the bags do not match.

The only reason is The name in the cookbook and the name on the bag does not match. “Ya Sai” is “Pickled Lettuce” or “Pickled Lettuce”, right? Today, I’m still not sure but I think that’s right. See you Sometimes when I walk into these shelves, I feel that people are staring at them.
What do you think this guy wants from here?

I quickly learned that I had to rely on simple cultural backgrounds and simple principles. According to how much common sense I decided to ask Rong Rong She is a Chinese student studying for a PhD, searching for economics at my university. Her original home is in a region near Shanghai. A small, courteous person, and the most intelligent student of his generation.

Rong Rong advised me to try Shiitake mushroom sauce. She talked about the taste that her mother made in China. There was no wrong. I asked Rong if there was a problem when finding things in the Great Wall store. She answered simply briefly that there was nothing but confusing. When I went to a branch of a supermarket near her house that she had lived in the United States for almost four years

The names in the cookbook and the names on the bags do not match.

She feels that the Giants’ shelves are the hardest to play. And although her English is very good Rong Rong read the label as fast as I did. The names in the cookbook and the names on the bags do not match. Or look at it for a glance and then think about the taste

You will see employees working diligently here, unlike Safeway. Looking for an employee in the shop is not difficult. The problem is that the workers are all speak Spanish. Most of them are from El Salvador. And can speak English a lot, differently I was lucky to speak Spanish. But not always useful The name of some Chinese garnish I am witty.

Don’t know what to use spanish words But the general problem is translation. Often can’t match the words. “Salsa dulce de losfrjoles” still does not match the meaning of “sweet soy” in one place.
(The bully will think of the red, agitated, Japanese, even the eighth) even to ask for this and the staff.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ปฏิวัติการท่องซูเปอร์มาร์เก็ต

ปฏิวัติการท่องซูเปอร์มาร์เก็ต

พวกเราส่วนใหญ่คุ้นกับซูเปอร์มาร์เก็ตอเมริกันแบบดั้งเดิมดีอาจดีเกินไปด้วยซ้ำ ซูเปอร์มาร์ก็ตพวกซฟเวย วากแมนส์ ปฏิวัติการท่องซูเปอร์มาร์เก็ต หรือตลาดตรงหัวมุมถนนใกล้บ้านล้วนจัดหาผลิตภัณฑ์อาหารกินสะดวกมาขาย

เยอะแยะ แถมตรงแถวกลางๆ นั่นยังมีผลิตภัณฑ์ที่ดูแล้วไม่น่าจัดเป็นอาหารอีกเพียบ แต่ความสะดวกสบายนี่แหละที่ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตอเมริกันสมัยใหม่นเบื่อ การชอปปิ้งกลายเป็นงานประจำซ้ำซากที่ทำแบบซังกะตาย

เรารู้ว่าอยากได้อะไร หาได้ที่ไหน ซื้อเมื่อไหร่ และจะทำอะไรกับมันเมื่อเอากลับมาบ้านแล้ว การซื้อของแบบไม่คิดจนติดนิสัยนี่เองอาจเป็นอุปสรรคใหญ่สุดที่จะขัดชวางการค้นพบดินแดนใหม่ในโลหะอาหารการกิน

ลองดูกิจกรรมที่ทำอย่างแกนๆ สักอาทิตย์หนึ่งแล้วความสามารถในการเป็นนักนวัตกรรมตามธรรมชาติของคุณจะบ่งบาน ผู้บริโภคที่ช่างคิดสร้างสรรค์จะส่งผลสะเทือนต่อตลาดและเศรษฐกิจการผลิตอาหารอย่างถึงรากถึงโคน แม้จะสะดวกแต่เอาเข้าจริงซูเปอร์มาร์เก็ตอเมริกัน

ปฏิวัติการท่องซูเปอร์มาร์เก็ต

Supermarket Surfing Revolution

Most of us are familiar with traditional American supermarkets, maybe too good. Supermarkets, the Zweiviestans, or the markets on the corner of the streets near the house, all provide convenient food to sell.

A lot, plus in the middle row There are still many products that shouldn’t be considered food. But convenience is what makes modern American supermarkets bored. Shopping has become a tedious routine in Humber.

We know what you want, where you can buy it and when. And what to do with him when he comes home This unconscious shopping experience can be the biggest obstacle to the discovery of new lands in food and metal.

Try to look at activities that are like themed. In one week, your ability to be a natural innovator will show. Creative consumers will affect the market and the economy of the food production to the root. Although convenient, but actually brought in American supermarkets

Economic status How much food can each family buy in the market? And the type of food purchased will depend on the income of the family Social factors with food

Each family’s food traditions have a reasoning behind the ethnic, religious, and national traditions. Or beliefs of that family, including habits that have been exchanged for many generations

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ปัจจัยทางสังคมกับอาหาร

ปัจจัยทางสังคมกับอาหาร

ปัจจัยทางสังคมเป็นปัจจัยที่กำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ให้สอดคล้องกับสังคมและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมเช่นกันการกระทำของผู้อื่นและกรรมส่งผลให้เกิด ปัจจัยทางสังคมกับอาหาร การเรียนรู้พฤติกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นไปตามระเบียบและแบบจำลองทางสังคม

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคสิ่งแวดล้อม

อาหารท้องถิ่นถ้าท้องที่ใดมีอาหารมากมายคนในท้องถิ่นมีโอกาสที่จะกินอาหารที่มีค่ามากพอสำหรับความต้องการของร่างกาย การขาดแคลนอาหารในท้องถิ่นใด ๆ ผู้คนในท้องที่จำเป็นต้องกิน จำกัด

ตัวอย่างเช่นคนเอสกิโมไม่สามารถเพาะปลูกได้เพราะอากาศหนาวมากและมีพื้นที่ไม่มากนักในการปลูกพืช ดังนั้นส่วนใหญ่จะต้องกินเนื้อสัตว์ชาวเอเชียชอบกินข้าวเพราะมันสามารถเจริญเติบโตและเติบโตในเขตร้อนในขณะที่คนในประเทศเย็นกินขนมปังที่ทำจากข้าวไรย์หรือข้าวสาลี เพราะมันเป็นธัญพืชที่เติบโตในสภาพอากาศที่อบอุ่นหรือหนาวเย็นเช่น

สถานภาพทางเศรษฐกิจ แต่ละครอบครัวสามารถซื้ออาหารในตลาดได้เท่าไหร่ และประเภทของอาหารที่ซื้อจะขึ้นอยู่กับรายได้ของครอบครัว ปัจจัยทางสังคมกับอาหาร

ประเพณี อาหารของครอบครัวแต่ละคนมีเหตุผลเบื้องหลังเกี่ยวกับเชื้อชาติศาสนาและประเพณีของชาติ หรือความเชื่อของครอบครัวนั้นรวมถึงนิสัยที่มีการแลกเปลี่ยนกันมาหลายชั่วอายุคน

ปัจจัยทางสังคมกับอาหาร

Social factors with food

Social factors are factors that define human behavior in accordance with society and are accepted by people in society as well. The actions of others and karma results in Social factors with food Learning social behavior Which is according to social regulations and models

Factors that influence environmental consumption
Local food If there are many local foods, local people have the opportunity to eat food that is valuable enough for their needs. Any local food shortage, local people need to eat limited

For example, the Inuit people couldn’t cultivate because the weather was very cold and there was not much space to grow crops. Therefore, most have to eat meat. Asians like to eat rice because it can grow and grow in the tropics, while people in cold countries eat bread made from rye or wheat. Because it is a cereal that grows in warm or cold weather, for example

Economic status How much food can each family buy in the market? And the type of food purchased will depend on the income of the family Social factors with food

Each family’s food traditions have a reasoning behind the ethnic, religious, and national traditions. Or beliefs of that family, including habits that have been exchanged for many generations

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ปัจจัยทางสังคมของการกินดี

ปัจจัยทางสังคมของการกินดี

การโฆษณาในยุคของการสื่อสารตอนนี้ไกลออกไปสื่อ ปัจจัยทางสังคมของการกินดี มีผลกระทบอย่างมากต่อการเลือกอาหารของผู้คน เช่นการบริโภคอาหารจานด่วนซึ่งแสดงถึงค่านิยมแบบตะวันตกสมัยใหม่ ฯลฯ ค่านิยมในการบริโภคอาหารบางครั้ง

เช่นผู้ที่มีการศึกษาหรือความรู้ทางด้านโภชนาการที่จะทำให้เกิดความสนใจและอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการปลูกฝังความรู้อย่างถูกต้องตั้งแต่วัยเด็กอาจทำให้ติดนิสัยการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นต้น

เศรษฐกิจ

ในอดีตมนุษย์ร่วมมือกันล่าสัตว์และหาอาหาร และที่อยู่อาศัยจะถูกเคลื่อนย้ายไปตามแหล่งอาหารประเภทของอาหารที่บริโภคขึ้นอยู่กับสิ่งที่ค้นหาและแบ่งปัน ต่อมาเมื่อเขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะที่อยู่อาศัยและการเกษตรได้รับการปลูกฝังและยกระดับส่งผลให้ประเภทอาหารและปริมาณการบริโภคมากขึ้นสังคมเกษตรเปลี่ยนไปมีการแลกเปลี่ยนการค้า

ไม่ต้องไปล่าสัตว์หรือหาอาหารปล่อยให้มนุษย์มีเวลาทำกิจกรรมหรือประกอบอาชีพอื่น ๆ นอกเหนือจากการเป็นผู้ผลิตอาหารเท่านั้นที่ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในด้านต่าง ๆ เช่นศิลปะศาสนากฎหมายการค้าวิทยาศาสตร์และเมื่อมนุษย์สามารถ ในการทำงานที่แตกต่างกันเช่นเกษตรกรจิตรกรทนายความพ่อค้านักการศึกษานักการเมือง ฯลฯ

ทำให้เกิดความแตกต่างทางเศรษฐกิจและเศรษฐกิจในสังคมซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยทั่วไปพบว่าเมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น แนวโน้มที่จะบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์มากขึ้นน้ำตาลและไขมัน ในขณะที่บริโภคข้าวขัดมันน้อยเช่นคนในเมืองใหญ่ชอบกินข้าวขัดมากกว่าข้าวซ้อมมือหรือข้าวกล้อง

ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคบางชนิดเช่นโรคอ้วนโคเลสเตอรอลสูงเลือดเบาหวานโรคมะเร็ง ทุกวันนี้การรณรงค์กลับมาบริโภคข้าวกล้องแทนข้าวขาว เพราะมันมีประโยชน์ต่อสุขภาพการจัดหาคาร์โบไฮเดรตวิตามินเกลือแร่และใยอาหารการตลาดผลิตภัณฑ์อาหารดังนั้นควรศึกษาความต้องการและสถานะทางเศรษฐกิจของกลุ่มเป้าหมาย

ปัจจัยทางสังคมของการกินดี

Social factors of eating well

Advertising in the age of communication is now far away to the media. Social factors of eating well Has a huge impact on people’s food choices Such as fast food consumption, which represents modern Western values, etc. Sometimes food consumption values

Such as those who have education or knowledge of nutrition that will cause interest and may cause changes in consumption behavior Especially if the knowledge is properly cultivated since childhood, it may lead to eating habits that are healthy for the body, etc.

economy

In the past, humans collaborated on hunting and searching for food. And the habitat will be moved along the food source, the type of food consumed depends on what is searched and shared. Later, when he became known as a place to live and agriculture was cultivated and upgraded, resulting in increased food types and consumption, agricultural societies changed trade.

No need to hunt or find food, leave humans to have time to do activities or pursue careers other than being the only food producer that causes prosperity in areas such as art, religion, law, trade, science and when humans can In different work such as farmers, painters, lawyers, merchants, educators, politicians, etc.

Cause economic and social differences which affect the behavior of consumers in general, found that when income increases The tendency to consume more meat and animal products, sugar and fat While consuming less polished rice. For example, people in big cities like to eat polished rice more than coarse rice or brown rice.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ร้านอาหารในอเมริกามีจำนวนมาก

ร้านอาหารในอเมริกามีจำนวนมาก

ร้านอาหารในอเมริกามีจำนวนมาก ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีร้านอาหารไทยมากกว่า 4,200 ร้านในสหรัฐอเมริกา แต่ธุรกิจมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดีและดึงดูดความสนใจของนักลงทุน เนื่องจากประชากรในสหรัฐอเมริกาสูงถึง 300 ล้านคน

และมีกำลังซื้อสูงจากรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากร 35,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี นอกจากนี้อาหารไทยยังเป็นที่นิยมของชาวอเมริกันและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารไทยมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจร้านอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา

ผู้ประกอบการต้องได้รับการประกัน รวมถึงการประกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับร้านอาหารรวมถึงการประกันอุบัติเหตุลูกค้าเนื่องจากกฎหมายของสหรัฐอเมริกาค่อนข้างเข้มงวดซึ่งหากลูกค้ามีอุบัติเหตุในร้านอาหารหรือเจ็บป่วยเนื่องจากอาหารที่คุณกินลูกค้าสามารถฟ้องผู้ประกอบการเพื่อความเสียหาย เบี้ยประกันอยู่ที่ประมาณ  3,000 อลลาร์สหรัฐต่อปี

สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกฎระเบียบด้านสุขอนามัย ทุก 3-6 เดือนเจ้าหน้าที่สุขภาพตรวจสุขภาพและความสะอาดของร้านอาหารโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า การตรวจสอบครอบคลุมความสะอาดของสถานที่ อุณหภูมิของตู้สำหรับเนื้อสดผักสดรวมถึงอุณหภูมิในเครื่องล้างจาน

ร้านอาหารในอเมริกามีจำนวนมาก

There are many restaurants in America.

There are many restaurants in America today, though there are more than 4,200 Thai restaurants in the United States. But the business tends to grow well and attract investors’ attention Due to the 300 million population in the United States

And has a high purchasing power from the average per capita income of US $ 35,000 per year In addition, Thai food is popular with Americans and foreigners living in the United States. Resulting in the Thai restaurant business to have continuous growth opportunities Interesting information about running a Thai restaurant in the United States of America.

Operators must be insured Including accident insurance that may occur with restaurants, as well as customer accident insurance because the laws of the United States are quite strict. If customers have an accident in a restaurant or get sick because of the food you eat Damaged The insurance premium is approximately USD 3,000 per year.

The United States attaches great importance to hygiene regulations every 3-6 months. Health officials check the health and cleanliness of restaurants without having to give advance notice. The inspection covers the cleanliness of the place. The temperature of the cabinet for fresh meat, fresh vegetables, including the temperature in the dishwasher

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การขายเหล้าเถื่อน

การขายเหล้าเถื่อน

การขายเหล้าเถื่อน มักเลี่ยงไวน์ซึ่งยากต่อการขนส่งจัดเก็บ และทำการตลาด บรรดานักดื่มนิยมเหล้าแรงราคาถูกแทน แต่เครื่องดื่มจำพวกนี้ไม่ชูรสอาหารมีระดับ ยิ่งกว่านั้นความนิยมเครื่องดื่มแรงๆ ยังดำรงอยู่แม้สิ้นยุคห้ามจำหน่ายสุราแล้ว ตลอดทศวรรษ 1940 คนอเมริกันก็ยังนิยมดื่มวิสกี้กับอาหารหรูมีระดับแทนที่จะดื่มไวน์

กว่าที่ปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์ต่อหัวจะเพิ่มขึ้นเท่าก่อนมีกฏหมายห้ามจำหน่ายสุราก็ล่วงเลยจนถึงปี 1973 ด้วยเหตุนี้กฏหมายดังกล่าวจึงทอดเงาทะมึนปกคลุมประวัติศาสตร์ยาวนาน คำสั่งห้ามจำหน่ายสุรายาเมายุติลงในปี 1933 ตรงกับกึ่งกลางวิกฤตการณ์เศรษฐกิจตกต่ำพอดี (Great Depression) จึงไม่ใช่ฤกษ์เด็ดสำหรับการเปิดร้านอาหาร

ผู้ชำนาญการคนหนึ่งในสมัยนั้นประมาณว่าร้านอาหารในนิวยอร์กซิตี้น่าจะเริ่มฟื้นตัวหลังยุติการใช้กฏหมายห้ามจำหน่ายสุราแล้ว 6 ปี ผู้รู้อีกรายชี้ว่าน่าจะถือเอาปี 1941 เป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูมากกว่า เพราะมีการเปิดภัตตาคารใหญ่แห่งแรกของนิวยอร์กซิตี้หลังสิ้นสุดยุคห้ามจำหน่ายสุรา นั่นคือเลอพาวิเลียน ปีนั้นคือปี 1939

ซึ่งอีกไม่นานสหรัฐอเมริกาก็จะเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สองซึ่งสั่นสะเทือนวงการอาหารคุณภาพอย่างแรกอีกครั้งหนึ่ง สงครามโลกครั้งที่สองผลักให้อเมริกาพัฒนาอาหารที่กินสะดวกและคุณภาพต่ำต่อไปอีก ด้วยการส่งเสริมอาหารกล่องปรุงสำเร็จและร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด มีร้านอาหารเปิดใหม่มากมาย

การขายเหล้าเถื่อน

Illegal liquor sales

Illegal liquor sales Often avoiding wine that is difficult to transport, store, and market. But this type of drink is not flavorful. Moreover, the popularity of strong drinks. Still exists, even after the end of the liquor sales ban. Throughout the 1940s, Americans preferred whiskey and luxury food instead of wine.

Until the amount of alcohol consumption per capita increased before the law on liquor sales was passed until 1973, for this reason, the law cast a shadow covering a long history. The prohibition against the sale of liquor was discontinued in 1933, exactly in the middle of the Great Depression, so it’s not a lucky auspicious time to open a restaurant.

One expert at that time estimated that restaurants in New York City should begin to recover after the end of the sixth ban on liquor sales. Another knowledge suggests that 1941 would be the beginning of More refreshed Because the opening of the first large restaurant in New York City after the end of the liquor sales ban That was the Pavilion. That year was 1939.

Which soon the United States will enter the Second World War, shaking the first quality food industry again World War II pushed America to continue developing low-quality, easy-to-eat food. By promoting ready-to-eat food boxes and fast food restaurants There are many newly opened restaurants.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คุณภาพเนื้อสัตว์ในอเมริกาต่ำลง

คุณภาพเนื้อสัตว์ในอเมริกาต่ำลง

ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ คุณภาพเนื้อสัตว์ในอเมริกาจะต่ำลง คนอเมริกันก็ยังผ่านสครามมาได้โดยคงการบริโภคนือสัตวีในอัตราสูง อย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับประชารนส่วนใหญ่ในยุโรปการปรับตัวรับมือสงครามโลกครั้งที่สอง แสดงให้เห็นว่เครือชายการขนส่งอหารรองยุโรปกับอริกพัฒนาแตกต่างกันอย่างไร เศรษฐกิจรองประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปได้รับความเสียหายจากสงครามสาหัส
กว่าสหรัฐอมริกาไม่รู้กี่เท่ สงครามทำให้อาหารหลายย่งขาดแคลน

หรือไม่ไต้เกือบทั่ทั้งกุโ ประารนกินอผลงพึงพาผลผลิตในท้องถิ่นและเรือกสวนไร่นของตัวเองมากขึ้นทั้งยังแลกเปลี่ยนผลผลิตกับเกษตรกรท้องถิ่นและถอมอาหารเอาวกินอภายในครอบครัวมากขึ้นในกรณีอดอยากสุดขีดก็มีบางคนต้องกินสัตว์เลี้ยงในบ้านเป็นอาหาร บ้างก็จับสัตที่พลัดหลงมากิน การปรับตัวทั้งหมดทำให้คุณภพอานารยุโรปแย่ลง แต่ไม่ได้ทำให้คนโรปปลี่ยนรสนิยมหันไปบริโภคอาหารที่กิน

และควรเอาปริมาณขว่แต่รัคุณภพร่วงหลังสงศาม โงงานในยุโปขณะนั้นไม่มีชื่ควมสมารที่จะผลิตอหาจำนวนมาก หากสงครามจะมีผลต่อนิสัยการกินรองคนยุโรปบ้าง ก็เห็นจะทำให้คนยุโรปปรับตัวหันไปหาวัตถุดิบท้องถิ่นมากขึ้ ขณะตียวกับที่สหรัฐอมริกาหันไปหาการชนส่งระะไกลฟังแล้วเหมือนชัดแย้งกันอง แต่พราะยุโรปเตือดร้อนหนักว่า อาหารยุโรปเลยรสราติดีกว่า

แม้ผลกระทบทางลบรองสงครามกับการหัมจำหน่ายสุราทั่วประเทศได้ผ่านพันไปแล้ว อาหารการกินองคนอริกันก็ยังไมมิโอกาสเติบโตและพัฒนาอย่างสรี หลายฐหลายคานที่ยังใช้กฎหมายทำมาจำหน่ายสุรศอมาอีกหลายสิบปี ฐ์ทำรัสพิ่งอนุญาดให้รำนอาหาร คุณภาพเนื้อสัตว์ในอเมริกาต่ำลง

คุณภาพเนื้อสัตว์ในอเมริกาต่ำลง

Meat quality in America is getting lower.

For this reason, even though the quality of meat in America is lower Americans still pass through the blue sky by maintaining a high rate of consumption of meat. At least compared to most citizens in Europe, the adaptation to handle World War II. Shows how the different European transport chains and the US developed differently. The secondary economy in most of Europe has been badly damaged by the war.
Than the United States does not know how many cool War made many food shortages.

Or not nearly all As a result, more local produce and plantations may be exchanged, with local farmers and more food being consumed within the family.In extreme cases of starvation, some people have Eat pets in the house for food Some seized the stragglers. All the adjustments have made the European anarchist worse. But it does not make the people of the ropes change to taste the food they eat

And the amount is lower, but the quality falls after the economy Job in Yupo at that time did not have the name to produce a lot of food. If the war will affect the eating habits of the European people Saw that the European people would turn to find more local ingredients While talking about the United States, America turned to a long-distance collision, which seemed to be contradictory. But Europe is hotter that European food, better taste

Although the second negative impact of the war on the sale of liquor throughout the country has passed. Argan food is not yet an opportunity to grow and develop like Saree. Many laws that have been used by law to distribute for many decades Made Ras Pung allowed to lower meat quality food in America

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ปริมาณน้ำตาลและปริมาณจำนวนจำกัดของน้ำตาล

อย่างยิ่ง ปริมาณน้ําตาล มีปริมาณจำนวนจํากัดอย่างยิ่ง

ระหว่างสงคราม คนอเมริกันกินน้ําตาลกับเนื้อหมูน้อยลง แต่ปรมาณการบริโภคแคลอรี่ยังสูงเหมือนเดิม อันที่จริงการบริโภคเนื้อวัวเพิ่ม ขึ้นด้วยซ้ํา และทําสถิติสูงสุดในปี 1943 หลังจากปรับตัวรับมือความ ขาดแคลนครั้งใหม่แล้ว ดูเหมือนคุณภาพจะถูกกระทบรุนแรงกว่าปริมาณ การคงปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ระดับสูงในช่วงสงครามกลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะ ทั้งคนอเมริกันเองก็มองว่าประเทศของตนเป็นดิน แดนที่ผู้คนไม่เคยอดอยากแม้ต้องผ่านความยากลําบากเพียงใด ทว่า การปรับตัวเพื่อคงสถานภาพดังกล่าวยิ่งผลักให้อเมริกาถลไปบนเส้นทาง การผลิต ปริมาณน้ําตาล อาหารที่เน้นปริมาณแต่คุณภาพที่ต่ํามากขึ้นทุกที่

สหรัฐอเมริกาต่างจากยุโรปตรงที่ฐานการผลิตอุตสาหกรรมและ เกษตรกรรมไม่โดนทําลาย ทั้งระยะทางระหว่างฟาร์มกับเมืองก็ไกลกว่า ยุโรปด้วย การผลิตอาหารกระป๋องแบบอุตสาหกรรมเป็นวิธีปรับตัวเข้า กับภาวะสงครามที่สําคัญอย่างหนึ่ง การส่งออกอาหารไปในประเทศและต่างประเทศ

ปริมาณน้ําตาล

Especially the amount of sugar There is a very  limited amount.

During the war Americans eat less sugar

 and pork. But the calorie intake is still high as before In fact, the consumption of beef increased again and reached the highest record in 1943 after adjusting to deal with New shortage Looks like quality is affected more severely than quantity. Maintaining a high level of meat consumption during the war became a symbol Americans also see their country as soil. The land where people have never starved, despite all the hardships, but the adjustment to maintain that status pushed America to pursue sugar production. Food that emphasizes quantity but quality is getting worse everywhere

The United States is different from Europe in that the industrial production base and Agriculture is not destroyed. The distance between the farm and the city is far greater than Europe, with the production of canned food in an industrial way as an adjustment. With an important state of war Food exports to the country and abroad

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การปันส่วนตลอดจนความขาดแคลนอาหารช่วงสงคราม

อาหารการกิน ประสบการณ์ก่อนหน้านั้น นี่เมการรับประทานยาความนิยมเพิ่มขึ้น ถ้าจะสืบค้นปูมหลังความเป็นมาของอาหาร ทศวรรษ 1950

และ 1960 ก็ต้องย้อนกลับไปดประสบการณ์ก่อน ในช่วงสงครามและยุคห้ามจําหน่ายสุราที่ธรรมเนียมการรับประ หารหรูมีระดับถูกทําลาย

การปันส่วนตลอดจนความขาดแคลนอาหารช่วงสงครามทําให้ ใช้วัตถุดิบคุณภาพและการประกอบอาหารอย่างพิถีพิถันกลายเป็นเรื่อง ไม่สลักสําคัญ ยกตัวอย่างเช่น

อาหารการกิน 60 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อวัวคุณภาพถูกกัน ไว้ใช้ในราชการสงคราม จึงมีคนหันมากินไก่ที่ผลิตตามโรงเลี้ยงมากขึ้น เรื่อยๆ เนื้อกระป๋องหรือสแปมได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

ผลิตภัณฑ์ชนิด นี้สะท้อนแนวทางการรับมือสงครามตามแบบฉบับอเมริกันแท้ๆ แปม เก็บง่าย กินสะดวก มีไขมันสูง และหนักเกลือ ผักผลไม้ เคหายากเนื่อง จากแรงงาน ทรัพยากร และสิ่งอํานวยความสะดวกในการขนส่งถูกนําไป ใช้เพื่อการสงคราม กาแฟ เนย เนยแข็ง ไขมัน น้ํามัน

อาหารการกิน
อาหารการกิน

Diet. Previous experience Here, medication intake is increasing. If searching the history behind the food in the 1950s

And 1960 had to go back to experience first During the war and the era of banning the sale of spirits Divided into luxury, class, destroyed

Allocations and food shortages during the war caused Using quality raw materials and meticulous cooking becomes a matter. Not engraved For example

60 percent of quality beef being cheap For use in war service Therefore, more and more people turn to eating chicken produced in the house. Canned or spam meat is especially popular.

Product type This reflects the American way of dealing with war. Pampa is easy to store, easy to eat, high in fat and heavy salt, fruits and vegetables are difficult to find because labor, resources and transportation facilities are taken. Used for war, coffee, cheese, cheese, fat, oil.

Especially, the sugar quantity is extremely limited.
During the war Americans eat less sugar and pork.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เริ่มต้นของการฟื้นตัวรเปิดภัตตาคารใหญ่แห่งแรก

ผู้รู้อีกรายว่าน่าจะถือเอาปี 1941 เป็นจุด เริ่มต้นของ การฟื้นตัว มากกว่า เพราะมีการเปิดภัตตาคารใหญ่แห่งแรก ของนิวยอร์กซิตี้หลังสิ้นสุดยุคห้ามจําหน่ายสุรา นั้นคือเลอพาวิเลี่ยน ปี นั้นคือปี 1939 ซึ่งอีกไม่นานสหรัฐอเมริกาก็จะเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งสั่นสะเทือนวงการอาหารคุณภาพอย่างแรงอีกครั้ง การฟื้นตัว

การฟื้นตัว สงครามโลกครั้งที่สองผลักให้อเมริกาพังนาอาหารที่กินสะดวก และคุณภาพต่ําต่อไปอีก ด้วยการส่งเสริมอาหารกล่องปรุงสําเร็จและร้าน อาหารฟาสต์ฟัด มีร้านอาหารเปิดใหม่มากมายในช่วงสงครามแต่เป็น ร้านจําพวกเดียวกันหมด

สงครามทําให้ผู้หญิง 6 ล้านคนเข้าสู่ตลาดแรง งานเป็นครั้งแรก ผู้หญิงส่วนใหญ่แต่งงานมีลูกแล้วทั้งนั้น สามีส่วนมาก ไปรบ และประชากรอเมริกันกว่า 10 เปอร์เซ็นต์สมัครเข้ารับราชการทหาร เพราะฉะนั้น ความสะดวกกับความเร็วจึงมีค่ามากในเรื่องอาหาร

ครอบ ครัวต้องการอาหารราคาถูกที่รับประทานได้รวดเร็วเวลาทํางานยุ่ง ส่งผล ให้ร้านอาหารครอบครัวราคาย่อมเยาที่เรียกว่าไดเนอร์ ร้านเครื่องดื่มที่ ขายอาหารง่ายๆ ร้านฟาสต์ฟัด ร้านแฮมเบอร์เกอร์ และคาเฟทีเรียได้รับ

Another person knows that 1941 would be the beginning of a revival, because the first large restaurant was opened. Of New York City after the end of the alcohol trading ban That was the Le Pavilion. That year was 1939, which was not long before the United States would enter World War II. Which shook the quality food industry strongly again

The revival of World War II pushed America to devastate easy-to-eat food. And continue to have lower quality By promoting ready-made box food and restaurants Fast food There are many new restaurants opened during the war but All the same shop Indigo caused 6 million women to enter the market hard. First job Most women are married and have children. Most husbands go to war, and more than 10 percent of the American population apply for military service. Therefore, convenience and speed are very valuable in families. Food needs cheap food that can be eaten quickly when busy. Resulting in an inexpensive family restaurant called diners Beverage shop at Sell ​​simple food, fast-food shop, hamburger shop And cafeteria received

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่