เศรษฐกิจร้านอาหาร

เศรษฐกิจร้านอาหาร ธุรกิจอาหาร 1 / ปี 2562“ Expansion Expansion”
จำนวนนิติบุคคลในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2562
จำนวนผู้ประกอบการ 15,263 รายเพิ่มขึ้น 8.5% ตั้งแต่สิ้นปี 2561
คาดการณ์การเติบโตของรายได้รวมอยู่ที่ 5.9%
สูงกว่าปี 2018 เพิ่มขึ้น 0.2%
ผู้ประกอบการทุกขนาดยังคงมองหาโอกาสจากธุรกิจร้านอาหารด้วยเหตุผลดังนี้
อาหารเป็นองค์ประกอบที่จำเป็น

มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและความต้องการอาหารอย่างยั่งยืน
การปรุงอาหารการขยายตัวการเพิ่มขึ้นนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของการสำรวจ
สังคมครอบครัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2552-2561) เป็นครอบครัวไทย
ใช้จ่ายเพื่อรับประทานอาหารนอกบ้านหรือซื้ออาหารสำเร็จรูป
เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.5% มากกว่าการใช้จ่ายในการทำอาหารที่บ้าน
มีเพียง 2.1% เท่านั้นที่เติบโตจากผลของ

ผู้บริโภคที่มองหาเทคโนโลยีนอกเหนือจากความรวดเร็วและสะดวกสบาย
ทุกวันนี้ผู้บริโภคเข้าถึงร้านอาหารได้ง่ายรวมถึงบริการเดลิเวอรี่
จากแอพพลิเคชั่นร้านอาหารและบริการอาหาร
มูลค่าของธุรกิจจัดส่งอาหารอาจเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2562
Euromonitor International คาดว่าจะเติบโตใกล้ปี 2018
อยู่ที่ 9.1% มูลค่าประมาณ 34,700 ล้านบาท
มาตรการสนับสนุนของรัฐบาลเช่นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว
ในชนบท

โดยสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าตอบแทน 1,000 บาท / คน
(เงินคืน) 15% สำหรับผู้ใช้ที่ชำระค่าอาหารเครื่องดื่มและที่พัก
รวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ออกภายในเดือนเมษายน 2020
นักท่องเที่ยวจาก 18 ประเทศ
เป็นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก

เจอแล้ว
มูลค่าการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มเป็นอันดับ 3 รองจากที่พักและการขนส่ง
อย่างไรก็ตามการลดจากการท่องเที่ยวของรัฐบาลไทย (ททท.)
คาดการณ์รายได้จากการท่องเที่ยวปี 2019 ขยายตัว 9.5%
จากเดิมที่เติบโต 10% เรามีรายได้ 3.38 ล้านบาท

จากเดิม
จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงเหลือ 3.4 ล้านบาท
ชาวต่างชาติคาดว่าจะมาจาก 41 ล้านเป็น 40.2 ล้าน
อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง

เศรษฐกิจร้านอาหาร

เศรษฐกิจร้านอาหาร

Restaurant economy Food business 1/2019 “Expansion Expansion”
Number of juristic persons in the first 8 months of the year 2019
15,263 operators, 8.5% increase since the end of the year. 2018
Total revenue growth forecast at 5.9%

Higher than 2018, 0.2% increase
Entrepreneurs of all sizes are still looking for opportunities from the restaurant business for the following reasons: Food is an essential element

This increase is critical to sustainable food and livelihood needs.
Cooking This increase is in line with the economic situation of the family society survey over the past 10 years ( 2009-2018) as a Thai family
Spending on eating out or buying ready meals
increased an average of 6.5% more than spending on cooking at home
only 2.1% Only grow from the result of

Consumers looking for technology beyond speed and convenience
Today, consumers have easy access to restaurants, including delivery services.
from the restaurant application and food service < br> The value of the food delivery business could continue to grow over the years. 2019


Euromonitor International Expected to grow near the year 2018
at 9.1% worth approximately 34,700 million baht
Government support measures such as rural tourism promotion measures

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  ฟีฟ่า55

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

เศรษฐศาสตร์นักกิน

เศรษฐศาสตร์นักกิน น่าจะเป็นคำถามที่ทุกคนต้องคิด ต้องได้ยินในทุกวัน (เผลอๆ วันละสามเวลาด้วยซ้ำ) เพราะว่าการกิน หรือ เรื่องอาหารถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรู้จักเลือกที่จะกิน มากกว่าใช้พฤติกรรมตามความเคยชินทั่วไป เพราะฉะนั้นเราลองมาเปิดโลกอาหาร (ที่น่าจะมีมากกว่าอาหารตามสั่งหน้าปากซอย) และทำความเข้าใจการกินของเรา ด้วยหนังสือเล่มนี้กันดีกว่าครับ

หนังสือ เศรษฐศาสตร์นักกิน เขียนโดย ไทเลอร์ โคเว่น นักเศรษฐศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งทศวรรษ ผลงานการเขียนของเขาได้รับความนิยมหลากหลายเล่ม รวมทั้งหนังสือเล่มนี้เช่นเดียวกัน โดยแนวความคิดหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ทุกมื้อมีความหมาย ซึ่งเกิดจากความเชื่อที่ว่า เราสามารถหาของกินที่ทั้งดีและมีคุณภาพในราคาที่ย่อมเยาได้ ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อของเรามาแต่ไหนแต่ไรที่มักคิดว่าของดีต้องแพง และสิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น คือ การนำหลักการทางเศรษฐศาสตร์

อธิบายพฤติกรรมการกินของเรา โดยถึงแม้จะใช้สหรัฐอเมริกาเป็นฐานในการมองโลกอาหาร แต่ด้วยความที่เขาชอบเดินทางและได้ไปชิมอาหารในประเทศต่างๆ ที่เขาไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ไทย จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อินเดีย เยอรมัน และตุรกี ซึ่งนอกจากรสชาติอาหารที่เขาได้รับมาแล้ว เขายังได้รับรู้ถึงพฤติกรรมการกินในแต่ละชนชาติที่สะท้อนให้เห็นถึงเศรษฐศาสตร์การกินนั่นเอง

วนที่ผมชอบของหนังสือเล่มนี้ ก็คือ การได้ท้าทายความเชื่อของตัวเองในเรื่องของอาหารที่ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่เรากินอะไรเราก็มักจะเลือกที่ราคาเป็นสิ่งสำคัญ แต่เล่มนี้จะทำให้เราได้ทราบถึงเคล็ดลับที่มีประโยชน์ ที่จะช่วยหาของถูกปากราคาถูกใจได้ในทุกที่ทุกเวลา มันเยี่ยมมากๆ อีกทั้งยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องอาหารอีกมากมายที่เรามักเคยได้ยิน เช่น การกินอาหารที่ผลิตในท้องถิ่นช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้จริงใช่ไหม หรือกับคำถามที่ว่าพืชที่ตัดต่อพันธุกรรมเป็นอันตรายที่เราควรหลีกเลี่ยงใช่หรือไม่ ซึ่งแท้จริงแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้

เศรษฐศาสตร์นักกิน

เศรษฐศาสตร์นักกิน

Food economics It is probably a question that everyone must think. Must be heard every day (three times a day as well) because eating or food is one of the four human factors. It is important that we know how to choose where to eat.

Rather than using behavior as usual So we try to open up the food world (Which should be more than a la carte food in front of the alley) and understand how we eat With this book, it’s better.

The book Food Economist was written by Tyler Cowen, the influential economist of the decade. Many of his writing works are popular. Including this book as well The main idea of ​​this book is Every meal has a meaning , arising

from the belief that We can find good and quality food at affordable prices. This is different from our belief from time immemorial that always thinks good things have to be expensive. And what makes this book more interesting is the introduction of the principles of economics.

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  ฟีฟ่า55

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่

วิกฤตต้มยำกุ้ง

วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตต้มยำกุ้ง เวลาผ่านไปครบ 20 ปีจากเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 จนทั่วโลกรู้จักในนามว่า “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เกิดจากความเชื่อมั่นที่มีมากเกินไปจนขาดความระมัดระวัง ธุรกิจขนาดใหญ่และสถาบันการเงินแห่กู้เงินระยะสั้นดอกเบี้ยถูกจากต่างประเทศมาแสวงหาผลตอบแทน นักลงทุนนักเก็งกำไรอยู่เต็มตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ปั่นราคาจนเกิดฟองสบู่ก้อนโตที่มองไม่เห็น

แต่ต่างชาติกลุ่ม Hedge Fund เริ่มรู้แล้วว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตแบบเปราะบาง จึงเข้ามาโจมตีค่าเงิน เพื่อหวังทำกำไรมหาศาลจากเงินบาทลอยตัว สุดท้ายเค้าทำสำเร็จ ทุนสำรองระหว่างประเทศแทบไม่เหลือ ค่าเงินบาทอ่อนลงไปมาก ธุรกิจและสถาบันการเงินขาดทุนยับหลายแห่งต้องถูกปิดกิจการ ประเทศไทยจำเป็นต้องพึ่งเงินกู้ยืมจาก IMF มาชำระคืนเงินกู้ที่ครบกำหนดและไว้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศสร้างความเชื่อมั่น

ปัจจุบันเริ่มมีคนกังวลว่าจะเกิดวิกฤตแบบนี้ขึ้นอีกไหม เพราะในโลกโซเชียลมีคนเขียนบทความว่ามีโอกาสเกิดวิกฤตขึ้นได้จากสัญญาณบางอย่างที่ไม่ดี อาทิเช่น คอนโดล้นตลาดราคาแพง แห่จองกันเพียบ ดัชนีตลาดหุ้นใกล้ถึงจุดสูงสุดเดิมตอนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงจนกังวลเรื่องหนี้เสีย และเศรษฐกิจไม่ดีขายของแทบไม่ได้ เป็นต้น

ก่อนจะอธิบายว่าผมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ขอบอกเรื่องวัฏจักรเศรษฐกิจหมุนเวียนขึ้นลงเป็นรอบๆ มีช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟูและเศรษฐกิจถดถอย ดังนั้นประเทศไทยหนีไม่พ้นที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอีกในอนาคต เพียงแต่ไม่มีใครทำนายได้ถูกต้องว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร รุนแรงแค่ไหน สัญญาณที่พอบอกเค้าลางวิกฤตได้บ้าง คือ คนส่วนใหญ่กำลังโลภมากกว่ากลัว และตัวเลขทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ดูดี

ผมคิดว่าทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ยังลงทุนแบบกล้าๆกลัวๆ และตัวเลขทางเศรษฐกิจก็มีทั้งดีและไม่ดีปนๆกันไป จึงยังไม่เห็นด้วยว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ ต้องรอจังหวะที่คนส่วนใหญ่เผลอไม่ระมัดระวังตัวถึงจะเกิดขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทเราต้องเตรียมตัวรับมืออยู่ตลอดเวลา เพราะขอย้ำว่าไม่มีใครทายถูก

วิกฤตต้มยำกุ้ง

Tom Yum Kung Crisis 20 years have passed since the worst economic crisis in the history of Thailand on July 2, 1997 until the world is known as “Tom Yam Kung Crisis” is caused by too much confidence and lack of caution. Large

businesses and financial institutions tend to borrow short-term, cheap interest from abroad to seek compensation. Investors, speculators, stock markets and real estate churn prices into a massive, invisible bubble.

But foreigners, the hedge fund group already realized that the Thai economy was growing fragile. Therefore attacked the money In order to make huge profits from the floating baht In the end, he succeeded. International reserves

are rarely left. The baht is very weak. Businesses and financial institutions have been severed and many have been shut down. Thailand needs to rely on IMF loans to repay mature loans and international reserves to build confidence.

Nowadays, people are worried about whether this kind of crisis will happen again. Because in the social world, people have written articles that there is a chance that a crisis arises from some bad signals, such as overflowing condos,

expensive markets. Flock to book a lot The stock market index was nearing its original high during the crisis. Household debt is so high that it is concerned about bad debt. And the economy is not good, hardly selling things etc.

ขอบคุณเนื้อหาจาก :  ฟีฟ่า55

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ : ที่นี่